วิธีการดูแลรักษา ยางรถจักรยานยนต์
Monday, 12 April 2010 @ 02:58 PM ICT
Contributed by: news

ยาง เป็นอุปกรณ์ส่วนควบที่มาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ซึ่ง ยาง มีความสำคัญด้านความปลอดภัยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ระบบเบรก ที่ว่า ยาง มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากยางรถจักรยานยนต์ทุกเส้น ต้องทำหน้าที่อันหนักอึ้ง เพราะยาง เป็นส่วนที่ต้องแบกรับน้ำหนักของรถจักรยานยนต์ และผู้ขับขี่
ยางต้องสัมผัสพื้นผิวถนนในสภาพต่างๆ ตลอดเวลา ดังนั้นจึงน่าจะกล่าวได้ว่า หากผู้ใช้รถจักรวานยนต์ปราศจากการดูแล หรือสร้างความเข้าใจเรื่องของ ยาง โอกาสการเกิดอุบัติเหตุย่อมมีสูงตามไปด้วย ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนจึงควรใส่ใจ และให้ความสำคัญกับยางที่อยู่คู่กับรถจักรยานยนต์ เพื่อความปลอดภัยขึ้นพื้นฐานที่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนควรพึงได้รับ
เห็นยางผิดปกติ รีบซ่อมด่วน
หากยางรถจักรยานยนต์ เกิดแฟบแบนลง สังเกตได้จากการมอง ซึ่งจะมาจากสาเหตุใด ควรรีบตรวจสอบและทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน หรือหารอยรั่วเพื่อทำการปะปิดรอยรั่วนั้นๆ หรือในบางกรณีต้องเปลี่ยนยางเส้นใหม่ หากมองว่ายาง ไม่อาจสร้างให้เกิดความปลอดภัยระหว่างการใช้งานได้ โดยเฉพาะยางที่มีอายุเกินกว่า 2 ปีขึ้นไปหรือยางที่ได้ได้ใช้งานนานๆ หรือรถที่จอดแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานดูลมยาง หลีกหนีความเสี่ยง
ลมยาง เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ยางเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการยึดเกาะถนน และการเติมลมยางให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ยางเกิดความอ่อน หรือ แข็งมากเกินไปจากการคาดเดาด้วยความรู้สึกส่วนตัว ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนสามารถตรวจสอบ ลมยาง ควรเติมในอัตราส่วนเท่าไหร่ จากคู่มือประจำรถจักรยานยนต์ที่ใช้อยู่ เพราะรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อนั้นจะมีอัตราการเติมลมยางระดับมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์กรณีเป็นรถจักรยานยนต์เก่า ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเติมลมยางได้ผู้ใช้สามารถยึดหลักมาตรฐานเดิมคือ ยางหน้า ต้องแรงดันลมอยู่ที่ 29 ปอนด์ / ตารางนิ้ว และยางหลัง 33 ปอนด์ / ตารางนิ้ว การเติมลมยางอ่อน มีโอกาสยางจะระเบิดได้ระหว่างการขับขี่ เนื่องจากเกิดการเสียดทานอย่างรุนแรงของยางในกับยางนอก และขอบกระทะล้อ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อผู้ใช้รถจักรยานยนต์อย่างมาก
What's Related